ผีดนตรีไทย
posted on 21 Nov 2007 00:45 by norton in Diary
"เสียงขิมกังวานหวานแว่ว
ฟังแล้วจับจิตคิดหวน
ความรักรำพันรัญจวน
คร่ำครวญชวนให้ใฝ่คนึง"
สำหรับ "ผู้ชาย"
"ดนตรีไทย" อาจจะเหมือน "สีชมพู"
ในสายตาของใครหลาย ๆ คน
ผมเองเป็นคนที่รักดนตรีมาก
รักเครื่องดนตรีแทบทุกชนิด
เพียงแต่ว่า "ครอบครัวผมไม่มีเงิน"
อย่างที่หลายคนบอกว่า
"ศิลปะเป็นอะไรที่มีราคาค่างวด"
คนที่เสพมันได้
ก็จำเป็นต้องมีฐานะพอสมควรเหมือนกัน
แต่ก็อาจจะไม่จริงเสมอไป
ผมเองก็แอบเสพศิลปะพวกนี้
แอบฟัง แอบเล่น ยืมคนอื่นเล่นบ้าง
โชคชะตานำผมมาเจอกับ "ขิม"
ตอนอายุได้ 9 ขวบ
ลูกพี่ลูกน้องผมบ่นทุกครั้งที่เจอ
"พ่อบังคับให้เรียนขิม เบื่อมาก"
หารู้ไม่ว่า
ยังมีอีกหลายคนที่อยากได้โอกาสแบบนี้
ผมเองถ้ามีโอกาส
จะช่วยบริจาคเงินในเรื่องทุนการศึกษา
นิด ๆ หน่อย ๆ ก็ยังดี
อย่างน้อยผมก็เคยเป็นคนที่ "อยากเรียน" แต่ไม่ได้ "เรียน"
ผมได้หัดขิมครั้งแรกก็คือ ขิมของน้องคนนี้
หัดเพลงแป๊ะ 3 ชั้น เพลงสร้อยแสงแดง
แค่นี้ ...
สักพักน้องเลิกเล่นขิม
เป็นอันว่า ชีวิตข้าพเจ้า จบกัน
ผมหมดหวังกับการเรียนขิมแล้ว
แต่ที่บ้านก็ยังอุตส่าห์ "เจียด" เงิน
ให้ผมได้เรียน "กีตาร์"
เรียนได้แค่ปีเดียวก็ต้องเลิก
ออกมา "หัดเอง"
ผมจำได้ว่า "ร้องไห้"
ทำไมเราไม่มีโอกาสได้เรียนเหมือนเพื่อนบ้าง
แต่ด้วยความที่รักดนตรี
ก็พยายามหัดงู ๆ ปลา ๆ ไปเรื่อย ๆ
ประมาณ ม. 5 ผมได้เ่อ่ยถามน้องเรื่องขิมอีก
น้องยังเล่นอยู่ไหม
น้องบอกว่า "เกลียดขิมที่สุดในชีวิต"
เพราะถูกบังคับให้เรียน
เจ้าขิมตัวนั้นจึงกลายเป็นของผมแต่นั้นมา
และได้เริ่มหัดอย่างจริงจังเมื่อผมอยู่ปี 1
เจ้าขิมของ "ดุริยบรรณ" ตัวนั้น
เป็นขิมคางหมูเก่า ๆ ธรรมดา
ที่เสียง "กร้าว" มาก ๆ
จริง ๆ แล้ว ผมว่ามันเสียงไม่ดีเอาเสียเลย
และในที่สุดเมื่อผมเปรียบเทียบกับขิมของเพื่อน
ก็พบว่า "มันเสียงไม่ดีจริง ๆ " ไม่ใช่เราเล่นไม่ดี
ตอนนั้นครอบครัวเรามีเงินมากขึ้น
ผมจึงได้ขิมของ "สยามวาฑิต" ที่เหมือนกับของเพื่อน
มาเป็นเจ้าของตัวแรก
และผมเลือกที่จะหัดเองต่อไป
โดยการซื้อเทปเพลง "ขิม" ของครูท่านต่าง ๆ
มาฟัง ... แล้วจดโน๊ต และเล่นตาม
และโชคดีบ้างที่มีเพื่อน
และอาจารย์ของเพื่อนต่อเพลงให้
เมื่อวาน ผมโทรหา "คุณหมอ" ของผมตอนค่ำ
เผลอตีขิมไปสองสามโน๊ต
เค้าถามจนรู้ว่า "ผมตีขิมด้วย"
ท่าทางเค้าจะรู้สึกประหลาด ๆ เหมือนกัน
ผู้หญิงหลายคนมองว่า
ผู้ชายเล่นขิม มีแนวโน้ม "เป็นเกย์ชัวร์"
ถ้าทฤษฏีนี้เป็นจริง ... ผมอาจจะเป็น Bisexual ก็ได้
อย่างไรก็ดี
ผมก็ยอมที่จะเป็นอะไรก็ได้ในสายตาคนอื่น
ดีกว่าที่จะเลิก "รัก" เครื่องดนตรีต่าง ๆ ของผม
นอกจากขิม ผมเคยไปเรียน "ซอด้วง กับซออู้"
กับอาจารย์แถวบ้านอยู่ปีนึง
แต่อาจารย์มักจะให้ผมเล่นขิม
แล้วอาจารย์สีซอคลอไปด้วย
ตอนเวลาหมดชั่วโมงเรียนแล้ว
มันก็เป็นความสุขอย่างหนึ่ง
และสร้างความมั่นใจเล็ก ๆ ว่า
"ตีขิมแบบเรา" มันก็พอไหวนะ
คงไม่ผิดวิธีสักทีเดียว
ตอนนี้ผมไม่มีซออยู่ที่บ้านเลยสักคัน
แต่มีขิมอยู่สองตัว
และคิดว่า
ควรจะหา"ซอ" มาไว้รื้อฟื้นความรู้อยู่บ้าง
ช่วงนี้แถวบ้านผมคงได้ยินเสียงขิม
แววมาอยู่เป็นระยะในช่วงกลางดึก
อาจจะคิดไปว่า "ผีดนตรีไทย" หลอกเข้าให้แล้ว
ทั้ง ๆ ที่ผมเองพยายามเปิดไฟให้สว่าง
เผื่อใครบางคนอยากจะ "เช็ค" ดู
ว่า "ผี" หรือ "คน" ที่เล่นขิมอยู่ตอนนี้
ปล. กลอนโบราณไปหน่อย พยายามแต่งให้เข้ากับบรรยากาศนะ
อ่านแล้วก็แอบอาย ๆ ตัวเองเหมือนกันครับ
) คุณหมอคงชื่นชมมากกว่าค่ะ อย่างครูที่สอนขิมพายก็ผู้ชาย พี่ที่ต่อทางเดี่ยวให้ก็ผู้ชาย แถมครูขิม ณ ปัจจุบันก็ยังเป็นผู้ชาย และยังมีอีกเยอะเลยค่ะ พูดไม่หมด ผู้ชายทั้งน๊าน~~ ไม่ได้เป็นเกย์ด้วยนะเอ้า!

ชอบตีขิมเหมือนกันค่ะ อยากจะเรียนให้มากกว่านี้
แต่เล่นได้แค่สองเพลงเอง คือ แขกบรเทศ กับ อีกเพลงนึงจำชื่อไม่ได้...
ที่โน้ตมันขึ้น ..โด เร มี ซอล เร ...อะไรนี่ล่ะ
โอ๊ย ผู้ชายดีๆเล่นดนตรีไทยมีเยอะแยะไปค่ะ ไม่ต้องแคร์ใครจะว่าเราเป็นเกย์ค่ะ
#1 By ดอกทอง - Mraz Mania on 2007-11-21 02:23