นักเขียน

posted on 22 Nov 2007 22:37 by norton  in Diary

"ถ้าชีวิตจริง คนเราแบ่งแยกร่างได้ก็คงดี"
ผมมักจะคิดแบบนี้เสมอนะครับ

เด็ก ๆ ผมเคยฝันว่าจะเป็นอะไรหลายอย่าง
แต่ที่ไม่เคยอยู่ในหัวเลยก็คือ เป็น "หมอ"
เพราะว่าเป็นคนกลัวเลือด และซุ่มซ่ามมาก

"มันคงต้องลืมมีดไว้ในท้องคนไข้" แม่ผมบอก
"หรือไม่ก็ถอนฟันผิดซี่ ถอนซี่แถมซี่ อะไรประมาณนั้น"

ผู้ใหญ่มักจะกดดันเราว่า
"รีบคิดนะ ว่าอยากเป็นอะไร"
ตอนนั้นคิดว่า เป็นวิศวกรก็ได้ เพราะเงินเดือนเยอะ
แต่ในใจผมรู้ตัวดีว่า
ผมมักจะเก่งมาก ๆ ในเรื่องที่ไม่ควรเก่ง
เช่น การเขียนเรียงความ ดนตรี
ประดิษฐ์โน่นประดิษฐ์นี่

ตอนเรียนมัธยม
ผมเริ่มรู้ตัวเองว่า ไม่ค่อยถูกกับ คณิตศาสตร์
จริง ๆ ก็ไม่ได้โง่มากนะครับ
แต่ด้วยความที่ว่า...
ผมเรียนอยูในห้องที่มีคนเก่ง ๆ มารวมกัน

อะไรที่เพื่อนมันคิดได้ ผมมักจะคิดได้ที่หลัง
และด้วยความเซ่อซ่า ผมจะทำผิด!

ผมจึงคิดอยู่เสมอว่า เราคงไปในแนวคณิตวิทย์ไม่ค่อยได้

อย่างไรก็ดี ...
โชคชะตาก็ทำให้ผมต้องเรียนวิศวะ 1 ปี
ก่อนที่จะพบกับตัวเองว่า "ไม่ใชตัวฉันเลย"้
ผมเชื่อว่า ตัวเองไม่เหมาะกับสิ่งที่เครียด ๆ
ทั้งหลายทั้งปวง

ตอนเรียน ป.ตรี
ผมเองไม่มีวี่แววที่จะเขียนอะไรได้
นอกไปจากการตอบข้อสอบด้วยลายมือห่วย ๆ
และเขียนคำด่า "ใส่กระดาษกาว"
ไว้แปะที่หลังเพื่อแกล้งเพื่อน

เรียนจบแล้ว ผมก็เกิดคลั่งไคล้คอมพิวเตอร์ขึ้นมา
จนตัดสินใจเรียนทางด้านนี้เพิ่มอีก
คิดในใจว่า "ทำไมกูไม่เลือกวิศวะคอม ฯ ตอนนั้น"
แต่ก็ต้องยอมรับนะครับ
ว่าคอม ฯ สมัยก่อนหน่ะ มันมีแต่หน้าจอดำ ๆ
แล้วก็ตัวหนังสือที่ไม่สามารถอ่านเป็นภาษาคนได้

หลายปีหลังจากทำงานมาได้สักพัก
ผมได้ทำงานเกี่ยวกับการดูแล website
ที่บริษัทแห่งหนึ่งในส่วนของโรงแรม
ซึ่งมีหน้าที่ดูและ web โดยรวม
และได้มีโอกาสเขียน content ใน web อยู่หลายส่วน

นี่อาจจะเป็นการจุดประกายเรื่องงานเขียนของผมบ้าง
แต่ก็ยังไม่เพียงพอ
ผมคิดว่า นักเขียน มันต้องสนใจในการเขียนมากกว่านี้
น่าจะเขียนเรื่องให้เพื่อนอ่านได้ ตั้งแต่มัธยมแล้ว
แต่นี่ Diary ส่วนตัวก็ยังไม่มีปัญญาจะเขียนทุกวัน

เมื่อได้ย้ายงานอีกครั้ง
หัวหน้าเสนอให้ผมเขียนคอลัมน์เชิงวิชาการ
ลงในนิตยสารฉบับหนึ่ง
เพื่อโฆษณาบริษัท
หลังจากที่เขียนให้เขาอยู่สองสามเดือน
ทางนิตยสารก็เ้ข้ามาติดต่อให้เป็นนักเขียนประจำ
ซึ่งนี่เป็นโอกาสที่ "ผมไม่เคยคิดว่าจะมี"

หลังจากการเขียนเรื่องคอมพิวเตอร์มาสามปี
ผมเคยคิดจะเขียนหนังสือสอนการใช้โปรแกรมสักเล่ม
ได้ติดต่อกับสำนักพิมพ์แล้ว แต่ก็ไม่มีเวลาเขียน
อันที่จริง ผมอยากเขียนอะไรที่มันประโลมโลกกว่านี้
แต่ผมคิดว่า "มันคงต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์อย่างมาก"

เคยรู้สึกไหมว่า
ยิ่งโตมากขึ้น แทนที่เราจะรู้สึกว่า อะไรง่ายขึ้น
แต่เปล่าเลย ...
เรายิ่งไม่กล้าทำอะไรหลาย ๆ อย่าง
ทั้ง ๆ ที่ ในตอนที่เราเด็กกว่านี้ ... เราจะพูดกับมันว่า


"ลุยเลย"

ผมเขียนลงนิตยสารฉบับนั้น อยู่ 2-3 ปี
แล้วก็ไม่ได้มีโอกาสเขียนอะไรอีกเป็นชิ้นเ็ป็นอัน

เดี๋ยวนี้หนังสือออกมาเยอะมาก
การแข่งขันสูงมากเช่นกัน
คนที่จะอยู่ได้ "ต้องเป็นตัวจริงเท่านั้น"

ตอนนี้ในหัวของผมว่างเปล่า
น่าอายตัวเองเหมือนกัน
"ที่ครั้งนึง อยากเป็นนักเขียน"

หลังจากที่ผมมาทำงานส่วนตัว
ผมได้ทิ้ง งานเขียน และงานแปล เอาไว้เบื้องหลัง
ไม่ได้แตะต้องมันอีกเลย
ความสามารถในทางภาษาของผมมันแย่ลงเหมือนกัน
รวมทั้งการอัพเดต ความรู้ใหม่ในทางคอมพิวเตอร์
ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องจำเป็นมาก
สำหรับคนที่ทำงานในด้านนี้


งานบางอย่าง ถึงแม้ว่า "เงินจะน้อย"
แต่ก็มีคุณค่าทาง "สมอง" และ "จิตใจ" อย่างมากทีเดียว

ผมเองก็พยายามหาโอกาส
ที่จะรับงานเขียนและงานแปลมาทำบ้าง
แต่มันก็ค่อนข้างยากอยู่เหมือนกัน
เนื่องจากเราก็ร้างงานพวกนี้ไปนาน
ประกอบกับความไม่ค่อยมั่นใจ
เพราะว่าเราเอง ก็ไม่ได้มีวุฒิมาทางภาษาศาสตร์

ผมลองทำ online resume
เพื่อสมัครงานทางด้านงานแปลอยู่บ้าง
มีบางบริษัทติดต่อมา
แต่ก็เป็นช่วงที่เราไม่ว่างซะนี่

นี่ละครับ
ความฝันในเรื่องของ "การเป็นนักเขียน" ของผม

ผมคิดว่า ถ้าผมตั้งใจกว่านี้
ผมอาจจะได้เป็นนักเขียน
ในสาขาใดสาขานึงก็ได้

อาจจะไม่ได้เขียนอะไรอย่างที่เราฝัน
แต่ก็อาจจะได้เีขียนอะไร อย่างที่ผู้คนอยากอ่าน

ก็เป็นได้ ....

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ผมเป็นคนนึงที่เคยผ่านการเป็นนักเขียนในระยะสั้นๆมาบ้าง

จำได้ว่าตอนนั้นลุยเขียนจีบนิตยสารอยู่นานกว่า 11 เดือน
ก่อนที่จะได้เขียนเป็นจริงเป็นจัง แต่ก็เขียนได้แค่ 1 ปีเศษแบบไม่ตะติดตะต่อ

ตอนนี้กำลังจะหาทางกลับไปเขียนต่อ
เลยมาสร้างบล็อกเอาไว้ใช้สำหรับลองมือ

หากเคยเขียนย่อมรู้ดีว่า การไม่เขียนนานๆมันสร้างความห่างเหินขนาดไหนdouble wink
หนังสือ..
ไม่ได้มีแค่เล่มเดียว เรื่องเดียว
หนังสือคือคลังปัญญามหาศาล
ดังนั้นก็ต้องการคนเขียน
ที่มาจากหลาย ๆ แบบ ชำนาญหลาย ๆ ด้าน
ที่แต่ละคนย่อมไม่มีทางเหมือนกัน
ดังนั้น
อย่าเลิกฝันนะคะbig smile

#2 By ninjaarch on 2007-11-23 00:19

ขอแรงบันดาลใจจงอยู่กับท่าน

#3 By คาโตเน่ on 2007-11-23 03:08

เอาใจช่วยนะคะ จะรอเป็นนักอ่านค่ะconfused smile

#4 By Gabrielle on 2007-11-23 10:41

คุณ ขอรบกวนทั้งชุดนอน

สวัสดีครับ ใช่เลยครับว่า ถ้าไม่ได้เขียนมานานแล้ว ต้องใช้เวลาเหมือนกัน ตอนนั้นกว่าจะรู้สึกว่าตัวเองเขียนได้ดี ก็ต้องผ่านไปสัก 4-5 เดือนหน่ะครับ ต้องเขียน แล้วก็ต้องอ่านของคนอื่นด้วยเพื่อพัฒนางานเขียนของเรา

ช่วงนั้นงานยุ่งมาก ไหนจะเรียน ทำงาน แล้วยังมีงานพิเศษ เกลียดที่สุดคือตอนโดนทวงต้นฉบับ จำได้เลยว่าเบื่อมาก แต่ตอนจ่ายเงิน เราไม่ยักกะโทรไปจิกทวงเขานะ (ฮา)

ตอนนี้อยากให้มีใครมาทวงต้นฉบับเหมือนเมื่อก่อนจังครับ

ขอให้โชคดีได้กลับไปเขียนงานต่อนะครับ big smile

คุณ ninjaarch

ฮ่า ๆ ขอบคุณครับ
ของบางอย่างต้องได้โอกาสด้วยเหมือนกันครับ
ตอนนี้แค่มาฝึกฝีมือใน Blog บางทียังไม่มีเวลาเลย
และหลาย entry ที่เรารู้สึกว่า เราไม่ได้ตั้งใจเขียนให้มันสวย

แต่เขียน Blog ไปนาน ๆ จะรู้สึกว่า อยากเขียนไปเรื่อย ๆ ระบายอารมณ์ มากกว่ามานั่งดูความสวยงามนะครับ

คุณ คาโตเน่

May the force be with you (เขียนถูกเปล่าไม่รู้นะ)

คุณ Gabrielle

ขอบคุณครับ
อยากเขียนนะ แต่ว่าไม่ค่อยมีเวลา
แต่แอบฝันเล็ก ๆ เหมือนกัน

#5 By norton on 2007-11-23 12:19

อยากเป็นนักเขียน (นิทานเด็ก) ... ปัจจุบันก็ทำงานเป็น web designer ... แต่ไงก็ไม่ลืมความฝัน big smile

#6 By Juth (58.181.243.175) on 2007-11-23 16:35

ขอพื้นที่เล็กๆ ที่ยังเป็นเด็กอยู่ได้ไหม?
ไม่ว่านานเท่าไรก็ไม่เปลี่ยนไปได้รึป่าว....

embarrassed เกี่ยวกันไหม... แต่ก็สู้ๆๆ นะครีบ เอาใจช่วยwink

#7 By SteP2Pump on 2007-11-23 19:49

อยากเป็นได้หลายอย่าง
แต่บางครั้งโอกาสมาไม่ถึง
มีช่องทางจำกัด
สุดท้าย เป็นอะไรก็ได้ที่ไม่ตกงาน
และได้ตังค์เห้อเศร้า

#8 By warmness on 2007-11-23 20:42

คุณ norton เหมือนเราในทุกๆเรื่องเลย...big smile
ทั้งเรื่องไม่อยากเป็นหมอ...เรื่องอยากแบ่งร่าง...เรื่องเก่งอะไรแปลกๆแล้วก้เรื่องไม่ถูกกับคณิตศาสตร์ (เหตุผลเดียวกัน)
เเรื่องของเราหยุดอยู่แค่นี้แล้วถูกแปะไว้ด้วยข้อความที่ว่าโปรดติดตามตอนต่อไป...
อนาคตของเราจะเหมือนกันกับคุณไหมก็ไม่อาจจะหยั่งรู้big smile
คนเราอาจไม่ได้เป็นไปตามที่ใจฝัน...แต่โปรดจงอย่าลืมความฝัน...อย่าลืมทุกสิ่ง อย่าลืมเรื่องราวที่เคยฝัน...เก็บมันใส่กระเป๋าแล้วหิ้วเอาไว้ เมื่อโอกาสตกลงมาใส่เราก็ควักมันออกมาแล้วคว้ามันมาใช้ให้เต็มที่ ให้สำร็จ เป็นกำลังใจให้อีกคนนะคะ confused smile ไม่แน่บางทีอนาคตเราอาจเหมือนกับคุณก็ได้ sad smile

#9 By ire_u on 2007-11-23 22:50

hi everybody

คุณ Juth

ความฝันทำให้ชีิวิตดำเนินต่อไป อย่างมีรสชาด
จริงไหมครับ

คุณ SteP2Pump

เพื่อน และบรรดาแฟนเ่กาทั้งหลาย ชอบว่าผมทำตัวเด็กเกินกว่าอายุครับ
ชอบทำอะไรตามใจ

ซึ่งมันก็มีทั้งดีหรือไม่ดี
มันทำให้ชีิวิตผมคาดเดาได้ยาก
แต่มันก็ทำให้ชีวิตของผมไม่เหมือนใคร

ทำให้คนที่อยู่กับผมแล้ว รู้สึกตื่นเต้นไปกับมัน
แต่อาจจะไม่รู้สึกสงบสุขกับมัน

คุณ warmness

มันก็เป็นความคิดที่ถูกนะครับ

"เงินทำให้อะไร ๆ ง่ายไปหมด"

ผมทำงานมาหลายอย่าง
ก็พบว่า งานทุกอย่างน่าเบื่อเหมือนกันหมด
เพียงแต่ว่าอันไหนน่าเบื่อมาก น้อย

คิดว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของเรา อะไรที่น่าเบื่อ จะทำให้ความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีิวิตเรากลายเป็นสิ่งที่มีค่าได้นะครับ

คุณ ire_u

ฮ่า ๆ
ชีวิตของผมก็ลำบากเหมือนกันนะครับ
ขอให้คุณ ire_u มีอนาคตที่ดีกว่าผมละกัน

ที่สำคัญ พยายามทำทุกวันให้มีความสุขนะครับ
ไม่ว่าจะทำอะไร

#10 By norton on 2007-11-24 00:31

ชอบอ่าน entry ที่คุณnorton เขียนนะคะ big smile
ตัวหนังสือภาษาที่ธรรมดาแต่ชวนให้อ่านค่ะ

อย่างไรก็อย่าล้มเลิกความฝันนะคะ big smile

#11 By ~ N ~ on 2007-11-24 21:45

ผมว่าคุณ norton เขียนในบล็อกนี่ก็น่าสนใจ น่าอ่านดีออก
ถ้าอยากเป็นนักเขียนก็ลุยเลยครับ คุณมีความสามารถอยู่แล้วquestion

#12 By Ripley on 2007-11-24 22:47

สวัสดีครับคุณ N

ผมเพิ่งกลับมาจากเที่ยววันลอยกระทงครับ
วันนี้สนุกดีเหมือนกันครับ

ขอบคุณมากนะครับที่ เข้ามาพูดคุยกับผมบ่อย ๆ ฮะ

คุณ Reply

ขอบคุณมากครับ
ลอยกระทงไปเที่ยวไหนหรือเปล่าครับ
อย่าลืมมาเล่าให้ฟังบ้างนะ

ขอให้ทุกคนมีความสุขในวันลอยกระทงคร้าบบบบ

#13 By norton on 2007-11-25 00:32

อ่านเพลินดีแฮะ บล็อกนี้ big smile

#14 By fuxsuxlux on 2007-11-27 05:58

ดีค่ะ พี่ norton อย่าทิ้งมันไปเลยนะคะ
นัทเองก็เคยฝันจะเป็นนักแปลที่ดี และเคยแปลข้อความสั้นๆได้รับเลือกให้ลง ในคอลัมน์ "ตั้งแต่วันนี้คุณคือนักแปล" ในวารสารอาโนเนะ มา 2-3 หน สมัยเรียนมัธยม
แต่ปัจจุบันนี้ ไม่มีอีกแล้ว บางครั้งยังนึกอยากกลับไปแก้ไข ความอ่อนแอของตัวเองเหลือเกิน หากกบฎเสียบ้างคงได้เรียนในสิ่งที่ตัวเองรักHot!

#15 By your_natty on 2007-11-27 15:35

สวัสดีครับคุณ fuxsuxlux

ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมนะครับ
ดีใจครับที่ชอบอ่าน entry ของผม

คุณ your_natty

ท่าทางจะเป็นคนเขียนเก่งเหมือนกันเนอะ
ผมเองพยายามจะหาโอกาสเขียน หรือแปลอะไรส่งเขาอีกบ้างครับ แต่ว่าอย่างที่เล่าให้ฟังแหละ ... ว่าไม่ค่อยจะมีเวลา แล้วก็ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองด้วยครับ

เด็กรุ่นใหม่เก่ง ๆ เยอะนะครับ
ถ้าใครอยากจะเป็นนักแปล นักเขียน ผมว่าตอนนี้โอกาสเปิดให้เด็ก ๆ เยอะเลย ลองเดินเข้าไปติดต่อดูครับ

#16 By norton on 2007-11-27 16:01

พายเชื่อว่า ถ้ายังมีใจอยากทำซะอย่าง
เริ่มต้นเมื่อไหร่ ก็ไม่เรียกว่าสายไปค่ะ
พายชอบลักษณะการเขียนของคุณ norton นะ
หวังว่าวันนึงคงได้เห็นงานเขียนที่คุณ norton ฝันนะคะbig smile

#17 By p-i-e on 2007-11-27 17:07

ขอบคุณครับคุณ พาย

จะพยายามหาโอกาสครับ ไม่รู้ว่าจะมีหรือเปล่านะสิ confused smile

#18 By norton on 2007-11-27 17:14